ขั้นตอนเพิ่มยอดขายด้วยการ PR ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ

AIS The StartUp เปิดรับสมัคร Online Pitching เพื่อร่วมเป็น Partner กับ AIS

ขั้นตอนเพิ่มยอดขายด้วยการ PR ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ

การทำ PR เพื่อให้เกิด Brand Awareness หรือเพื่อให้คนได้รู้จักแบรนด์ ได้เห็นว่าแบรนด์ของเรามีในตลาด การทำ PR เป็นการทำการตลาดแบบหวังผลระยะยาว

ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ (PR) แตกต่างจากการตลาดทางตรง อย่างไร ?

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ สามารถพูดได้ว่า PR นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดที่เน้นการสื่อสารเพื่อให้ได้ภาพที่ดีขึ้นทั้งขององค์กรและผลิตภัณฑ์ การตลาดคือการศึกษาวิธีทำสินค้าให้มีคุณค่าจนคนต้องการกลายเป็นลูกค้า ทั้งสองส่วนทำงานร่วมกันได้ดีจึงมีความสำคัญต่อกัน หากคุณต้องการบอกลูกค้าเกี่ยวกับธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ของคุณ การประชาสัมพันธ์เป็นวิธีที่ดี คุณสามารถทำได้โดยไม่ถูกยับยั้ง

AIS The StartUp เปิดรับสมัคร Online Pitching เพื่อร่วมเป็น Partner กับ AIS

ais.th/thestartup/blog-business-pr.html

ขั้นตอนการทำประชาสัมพันธ์

  • กำหนดวัตถุประสงค์การทำ PR.

ปกติแล้วการประชาสัมพันธ์จะทำเพื่อให้ผู้คนรู้จักแบรนด์หรือเพื่อให้พวกเขารู้เกี่ยวกับแบรนด์นั้น ในตลาดก็เห็นว่าแบรนด์เราเป็นที่รู้จักดี การประชาสัมพันธ์เป็นวิธีการทำตลาดในระยะยาว หากคุณทำ PR วันนี้ เราไม่คิดว่ามันจะช่วยยอดขายของคุณในวันพรุ่งนี้! แต่เป็นการตลาดแบบน้ำที่ไหลลงบ่อทราย และพีอาร์ก็ยังทำให้ธุรกิจดูดีอยู่ ธุรกิจบอกว่ามีคนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มองธุรกิจของตนในทางที่แย่ ซึ่งไม่ดีสำหรับพวกเขา ในที่สุด การรู้มากขึ้นจะเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นกลับเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการซื้อ รายได้จากธุรกิจ

  • เลือกวิธีการเครื่องมือและช่องทางการทำ PR.

ในการทำธุรกิจและสร้างเงินได้มากนั้น คุณต้องทำให้ผู้คนรู้จักธุรกิจของคุณ การประชาสัมพันธ์เป็นวิธีการทำเช่นนี้นี่เอง ในฐานะธุรกิจ เราใช้การประชาสัมพันธ์ในสมัยนั้นเพื่อให้ผู้คนรู้ว่าธุรกิจของเราอยู่ที่นี่แล้ว

แต่ทุกวันนี้การประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องการตลาด เป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อให้ผู้คนรู้จักธุรกิจและสร้างรายได้ให้มากขึ้น มีหลายวิธีในการใช้งาน ซึ่งทำให้เป็นเครื่องมือที่มีเสน่ห์ในตัวเอง

  • ลงมือดำเนินการ PR ประชาสัมพันธ์

เจ้าของธุรกิจจำนวนมากให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ เพื่อทำให้ธุรกิจของตนประสบความสำเร็จมากขึ้น และประหยัดเงินในการโฆษณา สิ่งนี้เป็นจริงสำหรับทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ในกรณีนี้ จำนวนเงินที่ใช้ไปกับการตลาดนี้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของธุรกิจ และยอดขายในสิ้นปีนี้ ในกรณีส่วนใหญ่จำนวนเงินขั้นต่ำที่จะเก็บไว้คือ 15% ของรายได้ต่อปีของคุณ แต่สำหรับธุรกิจที่ต้องการเชิงรุกและคาดหวังยอดขายจำนวนมาก พวกเขาอาจจัดสรรรายได้ 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดสำหรับงานการตลาดและประชาสัมพันธ์

  • ประเมินผลการประชาสัมพันธ์

มีหลายวิธีในการประเมินและวัดผลการประชาสัมพันธ์ สามารถทำได้แม้กระทั่งก่อนที่การประชาสัมพันธ์จะเสร็จสิ้น สำรวจว่าผู้คนคิดอย่างไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจ และทราบว่ากลุ่มเป้าหมายทราบดีเพียงใด เพื่อดูว่าผลลัพธ์เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ หรือดูว่ายอดขายผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไร จากนั้น

หลังจากที่คุณทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์เสร็จแล้ว ให้ทำแบบสำรวจใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง หรือหลังจากการประชาสัมพันธ์ คุณอาจจะมองว่าคนมีความพึงพอใจมากแค่ไหน และมีคนซื้อของกี่คน ทำให้แน่ใจว่าหลังจากการประชาสัมพันธ์ในระยะยาว คุณจะรู้ว่าคุณต้องทำยอดขายเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร วัดความพึงพอใจของลูกค้าอย่างน้อยไตรมาสละครั้งเพื่อดูว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีหรือไม่ จากนั้นใช้ผลการประเมินดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาและดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามที่วางแผนไว้